pexels-mkbasil-247040
บุหรี่กับสุขภาพ

วันที่ 20 เดือนมกราคม พ.ศ.2552บุหรี่เป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งและเป็นสาเหตุของโรคหลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก โรคถุงลมโป่งพอง ฯ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรที่สำคัญที่สุดด้วย ทั้ง ๆ ที่สามารถป้องกันได้โดยการเลิกสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่นับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ กว่า 25 ชนิดอีกด้วย เช่น โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งไต มะเร็งปากมดลูกปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่มีผลสืบเนื่องจากการสูบบุหรี่ปีละ 4 ล้านคนทั่วโลก จากข้อมูลทางระบาดวิทยาขององค์การอนามัยโลกบ่งชี้ว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีผู้เสียชีวิตจากบุหรี่ถึงปีละ 10 ล้านคน โดยร้อยละ 70 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา บุหรี่นอกจากจะบั่นทอนสุขภาพของตัวผู้สูบแล้ว ยังส่งผลต่อคนใกล้เคียงรวมถึงทารกที่อยู่ในครรภ์ของมารดาที่สูบบุหรี่ด้วย ควันบุหรี่นอกจากจะมีสารนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดแล้ว ยังมีสารประกอบไม่ต่ำกว่า 4,000 ชนิด ทั้งในรูปของก๊าซที่เป็นสารพิษ สารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและสารก่อมะเร็งต่าง ๆ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายเมื่อสูดดมเข้าสู่ร่างกาย บุหรี่เป็นสาเหตุของการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์และเศรษฐกิจของประเทศเป็นอันมาก โดยเฉพาะ ด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งปัจจุบันพบว่ายังมีคนไทยสูบบุหรี่เป็นประจำเป็นจำนวนถึง 10.2 ล้านคน และส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน คือ อายุ 25 - 60 ปี และจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ …

อ่านต่อ
pexels-pixabay-356040
Research results are the factual findings and data discovered during a study, reported without interpretation or bias, typically in a dedicated "Results" or "Findings"

Research results are the factual findings and data discovered during a study, reported without interpretation or bias, typically in a dedicated "Results" or "Findings" section of a research paper. This section logically presents information gathered from the applied methodology, using tables and figures to summarize complex data and employing statistics to explain findings, all before the later Discussion section where …

อ่านต่อ
news pic
นักวิจัยเผยควันไฟจากเผาป่าก่อมะเร็งน้อยกว่าไอเสียรถยนต์

ผู้สื่อข่าวรายงานงานเมื่อเวลา 10.00 น.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ NIDA ได้แถลงผลวิจัยศึกษาฝุ่นละอองในอากาศช่วงจากสถานการณ์วิกฤติหมอกควันในภาคเหนือตอนบนที่เกิดจากการเผาป่าในช่วงปีที่ผ่านมา ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อานวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ NIDA กล่าวว่า ได้เก็บข้อมูลปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในชั้นบรรยากาศในช่วงก่อนและหลังเกิดวิกฤติ เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์การเกิดโรคมะเร็งปอด อันเกิดจากสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน หรือสาร PAHs ซึ่งมีสารเบนโซเอไพรีน B(a)P ที่มีผลต่อการเกิดโรคมากที่สุด โดยกาหนดระยะเวลาการเก็บตัวอย่างสภาพอากาศในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2555 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤติ และช่วงเดือนมีนาคม 2556 หลังเกิดวิกฤติหมอกควัน ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนได้แก่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน อุตรดิตถ์ พะเยา แพร่ ลาพูน ลาปางโดยพบว่า จังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดที่มากับฝุ่นละอองขนาดเล็กในช่วงก่อนเกิดวิกฤติมากที่สุดได้แก่ จังหวัดอุตรดิตถ์ มีค่าสารก่อมะเร็งก่อนเกิดวิกฤติหมอกควันอยู่ที่ 445 พิโคกรัมต่อจ.แม่ฮ่องสอนมีค่าความเสี่ยงต่าสุดเพียง 0.1 พิโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนหลังการเกิดวิกฤติหมอกควันจากการเก็บข้อมูลตัวอย่างอากาศพบว่า ปริมาณสารก่อมะเร็งเบนโซเอไพรีน ในจังหวัดอุตรดิตถ์ลดลงเหลือเพียง 334 พิโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่จังหวัดแพร่และลาพูนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจาก 46 ในช่วงก่อนเกิดวิกฤติเพิ่มเป็น …

อ่านต่อ
news pic
การใช้แอสไพรินมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่ลดลงของมะเร็งเต้านมบางชนิด

JAMA 2004;291:2433-40 : การศึกษาบางการศึกษาได้บันทึกไว้ชัดเจนว่าการใช้แอสไพริน หรือยาต้านการอักเสบที่มิใช่สเตียรอยด์อย่างอื่น ๆ สามารถลดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมโดยอาจจะเกิดจากการยับยั้งเอนไซม์ซัยโคลออกซีเจนเนส (cyclooxygenase-COX inhibition) และลดการสังเคราะห์โปรสตาแกลนดิน คณะนักศึกษาวิจัยได้สำรวจเพิ่มเติมถึงความเป็นไปได้นี้และได้พิจารณาว่าสถานภาพรีเซปเตอร์ของฮอร์โมนของโรคมะเร็งเต้านมในการศึกษาที่ใช้ประชาชนเป็นฐาน โดยมีหญิงจำนวน 1,442 รายที่เป็นโรคมะเร็งเต้านม และมีกลุ่มควบคุมจำนวน 1,420 รายจาก ลองก์ไอร์แลนด์ มลรัฐนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกาคณะนักศึกษาวิจัยได้ตรวจสอบยาแอสไพริน ไอบุโปรเฟน และพาราเซตามอล ในช่วงเวลา 12 เดือนก่อนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง (และก่อนเวลาที่จะได้นำกลุ่มควบคุมมาใช้ในการเปรียบเทียบ) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้กินแอสไพริน ปรากฏว่าการใช้แอสไพรินในขนาดอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 6 เดือน หรือมากกว่า มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับการลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านม (Odds Ratio = 0.80) และยังพบว่ามีความสัมพันธ์ที่น้อยกว่า ไม่มีความสัมพันธ์ปรากฏในกลุ่มที่ใช้ไอบุโปรเฟน และไม่มีความสัมพันธ์เลยในกลุ่มที่ได้รับพาราเซตามอล ระยะเวลาของการใช้แอสไพริน (น้อยกว่า 5 ปี เมื่อเปรียบเทียบกับ 5 ปี หรือนานกว่า)ไม่ปรากฏว่ามีประโยชน์เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีการใช้แอสไพรินที่ถี่ขึ้น (เท่ากับหรือมากกว่า 7 ครั้งต่อสัปดาห์) พบว่ามีประโยชน์ ในขณะที่การใช้แอสไพรินในความถี่ที่น้อยกว่า (น้อยกว่า 7 ครั้งต่อสัปดาห์) ไม่ปรากฏว่ามีประโยชน์ …

อ่านต่อ
pexels-thatguycraig000-1582482
ปิ้งย่าง...กรุบกรอบ มหันตภัยหน้าโรงเรียน ?

สาธารณสุขระบุคนไทยมีแนวโน้มสุขภาพแย่ลง อัตราการป่วยถี่ขึ้นจากคนละ 2 ครั้งต่อปีเพิ่มเป็น 3 ครั้งต่อปีพบพฤติกรรมการกินชอบอาหาร “รสแซ่บ” ทั้งเผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็มจัด เกิดการบริโภคเกลือเกินจำเป็น จัดประชุมวิชาการครั้งที่ 11 ที่ พัทยา จังหวัดชลบุรี เน้นการสร้างสุขภาพก้าวใหม่ก้าวไปสู่ความยั่งยืนนางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลทางสุขภาพของประเทศไทยพบว่า แนวโน้มพฤติกรรมสุขภาพคนไทยแย่ลง ข้อมูลที่สะท้อนได้ดีที่สุด คือการเจ็บป่วยเรื้อรังและความถี่การป่วยโดยเฉลี่ยล่าสุดในปี 2545 พบว่าคนไทยมีอัตราการป่วยตั้งแต่ระดับน้อยจนถึงขั้นรุนแรง ประมาณปีละ 3 ครั้งต่อคนต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมาคนไทยต่อคนป่วยเฉลี่ย 2 ครั้งเท่านั้นนอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารเรื้อรังมากเกือบ 5 ล้านคนเป็นโรคความดันโลหิตสูงกว่า 4 ล้านคน โรคเบาหวานเกือบ 2 ล้านคนโรคไขมันในเลือดสูงเกือบ 1 ล้านคน จำเป็นต้องเร่งแก้ไขที่พฤติกรรมบริโภคของประชาชนรวมทั้งการเร่งส่งเสริมด้านสุขภาพจิต ควบคู่กันไปด้วยเพื่อลดความเครียดซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าวเช่นกัน “สิ่งที่น่าวิตกในขณะนี้ พบว่ารสนิยมการบริโภคของประชาชนไทยนิยมอาหารที่มีรสจัดมากขึ้น จะเห็นว่าอาหารรสแซ่บอาหารรสฉูดฉาดซึ่งเป็นอาหารรสจัดทั้งในเรื่องความเค็ม ความเปรี้ยว ความหวานจะทำให้เกิดปัญหาการบริโภคเกินโดยอาหารรสแซ่บจะทำให้บริโภคเกลือเกินความจำเป็นของร่างกาย” ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกกำหนดประมาณเกลือควรกินไม่เกินวันละ 3-6 กรัมแต่จากการสำรวจการกินเกลือของคนไทยพบว่าสูงเกินมาตรฐานเฉลี่ยวันละ 7-17 กรัม/คนและเกลือมักอยู่ในเครื่องดื่มเช่นน้ำอัดลม เครื่องปรุงรสต่างๆ เช่น …

อ่านต่อ

รายการทะเบียนมะเร็ง

pexels-pixabay-356040
Research results are the factual findings and data discovered during a study, reported without interpretation or bias, typically in a dedicated "Results" or "Findings"

Research results are the factual findings and data discovered during a study, reported without interpretation or bias, typically in a dedicated "Results" or "Findings" section of a research paper. This section logically presents information gathered from the applied methodology, using tables and figures to summarize complex data and employing statistics to explain findings, all before the later Discussion section where …

อ่านเพิ่มเติม 7 Oct 2025
IMG_7071.original
ทีม DIDA จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขัน AI Thailand Hackathon 2025 จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ทีม DIDA จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขัน AI Thailand Hackathon 2025 จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้หัวข้อ “From AI Model to Service on AI for Thai”สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เปิดการแข่งขัน AI Thailand Hackathon 2025 อย่างเป็นทางการ ภายใต้หัวข้อ “From AI Model to Service on AI for Thai” เพื่อผลักดันและยกระดับ AI Model ฝีมือนักพัฒนาไทย ให้กลายเป็นบริการในรูปแบบ Service API บนแพลตฟอร์ม AI for Thai โดยจัดขึ้น ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร …

อ่านเพิ่มเติม 7 Oct 2025
file-14-35-55-fmTjya
คณะแพทยศาสตร์ ร่วมกับ สวทช. จัดประชุมนำเสนอนวัตกรรมระบบจัดเก็บสัญญาณชีพและสัญญาณเสียงของหัวใจแบบพกพา (Digital Auscultation and Online Vital Sign Monitoring Platform : DaVis)

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 หน่วยสนับสนุนและบริหารวิจัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับฝ่ายบริหารเครือข่ายวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดประชุมนำเสนอนวัตกรรม “ระบบจัดเก็บสัญญาณชีพและสัญญาณเสียงของหัวใจแบบพกพา (Digital Auscultation and Online Vital Sign Monitoring Platform : DaVis)”การประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจากผู้บริหารฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยตัวแทนนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนานวัตกรรมเครื่อง DaVis และแผนการดำเนินงานวิจัยในอนาคตรายละเอียดอื่นๆเพิ่ม ติดตามได้ที่เพจ Research and Innovation, Faculty of Medicine, Prince of Songkla University

อ่านเพิ่มเติม 7 Oct 2025

ข่าวสาร

pexels-cottonbro-5427748
ค้นพบวิธีที่ใช้ในการตรวจค้นหามะเร็งปอดในระยะเริ่มแรกของผู้ที่สูบบุหรี่จัด

นักวิจัย ค้นพบวิธีที่อาจจะใช้ในการตรวจค้นหามะเร็งปอดในระยะเริ่มแรกของผู้ที่สูบบุหรี่จัดได้แล้วศุลีพร แสงกระจ่าง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ทำการวิจัย การตรวจหา ยีน p53 antibody และ p53 mutation จาก DNA ที่อยู่ในซีรั่มของผู้ที่สูบบุหรี่จัดเพื่อการตรวจหามะเร็งปอดในระยะเริ่มแรกเนื่องจาก การเกิดมะเร็งหลายชนิด มักจะพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดการกลายพันธ์ของยีน p53 ซึ่งจากการวิจัยนี้ ผู้วิจัยพบว่า การพบ p53 antibody ในซีรั่มของผู้ที่สูบบุหรี่จัด ( 27.1% ) จะพบได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ( 13.6% ) ( p = 0.061 ) จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการตรวจพบ p53 antibody ในซีรั่ม อาจจะสามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ในการศึกษาการเกิดมะเร็งปอดในผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยข่าวประจำวันที่ : 04 กรกฎาคม 2549จำนวนผู้อ่าน : 490 คน

อ่านเพิ่มเติม 9 Oct 2025
pexels-thatguycraig000-1582482
ปิ้งย่าง...กรุบกรอบ มหันตภัยหน้าโรงเรียน ?

สาธารณสุขระบุคนไทยมีแนวโน้มสุขภาพแย่ลง อัตราการป่วยถี่ขึ้นจากคนละ 2 ครั้งต่อปีเพิ่มเป็น 3 ครั้งต่อปีพบพฤติกรรมการกินชอบอาหาร “รสแซ่บ” ทั้งเผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็มจัด เกิดการบริโภคเกลือเกินจำเป็น จัดประชุมวิชาการครั้งที่ 11 ที่ พัทยา จังหวัดชลบุรี เน้นการสร้างสุขภาพก้าวใหม่ก้าวไปสู่ความยั่งยืนนางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลทางสุขภาพของประเทศไทยพบว่า แนวโน้มพฤติกรรมสุขภาพคนไทยแย่ลง ข้อมูลที่สะท้อนได้ดีที่สุด คือการเจ็บป่วยเรื้อรังและความถี่การป่วยโดยเฉลี่ยล่าสุดในปี 2545 พบว่าคนไทยมีอัตราการป่วยตั้งแต่ระดับน้อยจนถึงขั้นรุนแรง ประมาณปีละ 3 ครั้งต่อคนต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมาคนไทยต่อคนป่วยเฉลี่ย 2 ครั้งเท่านั้นนอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารเรื้อรังมากเกือบ 5 ล้านคนเป็นโรคความดันโลหิตสูงกว่า 4 ล้านคน โรคเบาหวานเกือบ 2 ล้านคนโรคไขมันในเลือดสูงเกือบ 1 ล้านคน จำเป็นต้องเร่งแก้ไขที่พฤติกรรมบริโภคของประชาชนรวมทั้งการเร่งส่งเสริมด้านสุขภาพจิต ควบคู่กันไปด้วยเพื่อลดความเครียดซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าวเช่นกัน “สิ่งที่น่าวิตกในขณะนี้ พบว่ารสนิยมการบริโภคของประชาชนไทยนิยมอาหารที่มีรสจัดมากขึ้น จะเห็นว่าอาหารรสแซ่บอาหารรสฉูดฉาดซึ่งเป็นอาหารรสจัดทั้งในเรื่องความเค็ม ความเปรี้ยว ความหวานจะทำให้เกิดปัญหาการบริโภคเกินโดยอาหารรสแซ่บจะทำให้บริโภคเกลือเกินความจำเป็นของร่างกาย” ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกกำหนดประมาณเกลือควรกินไม่เกินวันละ 3-6 กรัมแต่จากการสำรวจการกินเกลือของคนไทยพบว่าสูงเกินมาตรฐานเฉลี่ยวันละ 7-17 กรัม/คนและเกลือมักอยู่ในเครื่องดื่มเช่นน้ำอัดลม เครื่องปรุงรสต่างๆ เช่น …

อ่านเพิ่มเติม 9 Oct 2025
academic pic
ค้นพบครั้งแรกในโลก "ใบชะมวง" มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง

คณะเภสัชฯ มอ.ค้นพบสารชนิดใหม่ใน "ใบชะมวง" ออกฤทธิ์ต้านมะเร็ง นับเป็นการค้นพบครั้งแรกของโลก พร้อมตั้งชื่อว่า "ชะมวงโอน" ระบุใช้เป็นสารต้นแบบที่นำไปพัฒนาโครงสร้างสู่ยาต้านมะเร็งในอนาคต รศ.ดร.ภก.ภาคภูมิ พาณิชยปการนันท์ ผอ.สถานวิจัยยาสมุนไพรและเทคโนโลยีชีวภาพทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ (มอ.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับนายอภิรักษ์ สกุลปักษ์ นักศึกษาทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ ทำการศึกษาวิจัยคุณสมบัติมีฤทธิ์ต้านมะเร็งและต้านแบคทีเรียก่อโรคทางเดินอาหารจาก "ใบชะมวง" ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก หลังจากใช้เวลาศึกษาค้นคว้านานกว่า 2 ปี ซึ่งผลงานดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ Food Chemistry ซึ่งเป็นวารสารที่ได้รับความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการอย่างกว้างขวาง สำหรับการวิจัยดังกล่าวได้เก็บรวบรวมผักพื้นบ้านจำนวน 22 ชนิด มาทำการสกัดและทดสอบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Helicobacier pylori ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหารหรือไม่ โดยพบว่าชะมวงเป็นพืชที่ออกฤทธิ์ดีที่สุด จึงนำมาแยกสารที่ต้องการจนสามารถได้สารซึ่งมีฤทธิ์ในระดับดีมาก เป็นสารที่มีค่าความเข้มข้นต่ำที่สามารถยับยั้งเชื้อได้ หรือ MIC ประมาณ 7.8 ไมโครกรัมต่อมิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นสารตัวใหม่ที่ยังไม่มีการค้นพบมาก่อน โดยตั้งชื่อว่า "ชะมวงโอน" (Chamuangone) เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการค้นพบในประเทศไทย ทั้งนี้ ยังได้ศึกษาต่อถึงความเป็นไปได้ในการออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อโปรโตซัวร์ ซึ่งเป็นโรคระบาดที่พบบ่อยในภาคใต้ โดยสารชะมวงโอนสามารถยับยั้งโปรโตซัวร์ได้ดี จึงนำชะมวงโอนไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งปอด และเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว จนพบว่าสารชะมวงโอนมีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งได้ดี "ความสำเร็จจากงานวิจัยที่ได้โครงสร้างใหม่ของสารที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งจากชะมวงโอนครั้งนี้ สามารถนำไปใช้ดัดแปลงพัฒนาต้านมะเร็งที่ออกฤทธิ์ดีขึ้น และลดอาการข้างเคียงต่อเซลล์ปกติ แม้ว่าขั้นตอนการนำสารดังกล่าวไปใช้รักษาโรคมะเม็งยังต้องมีกระบวนการวิจัยเพิ่มเติมอีกหลายขั้นตอน …

อ่านเพิ่มเติม 9 Oct 2025

ความรู้สำหรับประชาชน

pexels-mkbasil-247040
บุหรี่กับสุขภาพ

วันที่ 20 เดือนมกราคม พ.ศ.2552บุหรี่เป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งและเป็นสาเหตุของโรคหลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก โรคถุงลมโป่งพอง ฯ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรที่สำคัญที่สุดด้วย ทั้ง ๆ ที่สามารถป้องกันได้โดยการเลิกสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่นับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ กว่า 25 ชนิดอีกด้วย เช่น โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งไต มะเร็งปากมดลูกปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่มีผลสืบเนื่องจากการสูบบุหรี่ปีละ 4 ล้านคนทั่วโลก จากข้อมูลทางระบาดวิทยาขององค์การอนามัยโลกบ่งชี้ว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีผู้เสียชีวิตจากบุหรี่ถึงปีละ 10 ล้านคน โดยร้อยละ 70 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา บุหรี่นอกจากจะบั่นทอนสุขภาพของตัวผู้สูบแล้ว ยังส่งผลต่อคนใกล้เคียงรวมถึงทารกที่อยู่ในครรภ์ของมารดาที่สูบบุหรี่ด้วย ควันบุหรี่นอกจากจะมีสารนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดแล้ว ยังมีสารประกอบไม่ต่ำกว่า 4,000 ชนิด ทั้งในรูปของก๊าซที่เป็นสารพิษ สารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและสารก่อมะเร็งต่าง ๆ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายเมื่อสูดดมเข้าสู่ร่างกาย บุหรี่เป็นสาเหตุของการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์และเศรษฐกิจของประเทศเป็นอันมาก โดยเฉพาะ ด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งปัจจุบันพบว่ายังมีคนไทยสูบบุหรี่เป็นประจำเป็นจำนวนถึง 10.2 ล้านคน และส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน คือ อายุ 25 - 60 ปี และจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ …

อ่านต่อ
academic pic
วิธีการตรวจหามะเร็งปากมดลูก

วิธีการตรวจหามะเร็งปากมดลูก วันที่ 20 เดือนมกราคม พ.ศ.2552 การตรวจหามะเร็งปากมดลูกทำได้อย่างไร มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่สามารถสืบค้นและป้องกันได้ โดยการตรวจภายในเพื่อค้นหามะเร็งปากมดลูก เรียกว่า การตรวจแป็ปสเมียร์ เป็นการตรวจภายในแล้วใช้ไม้พายเล็ก ๆ ป้ายบริเวณปากมดลูก เพื่อนำเซลล์ไปตรวจหาความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็ง หรือที่เป็นมะเร็งระยะก่อนลุกลาม ใช้เวลาในการตรวจประมาณ 5 นาที โดยไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ ขณะตรวจเลย สตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้วทุกช่วงอายุ ควรได้รับการตรวจภายในหามะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจแป็ปสเมียร์ปีละ 1 ครั้ง อย่างสม่ำเสมอ ที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน การตรวจภายในไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือมีความเจ็บปวดใด ๆ เลย สตรีควรพิทักษ์สิทธิในร่างกายเราและป้องกันการเกิดโรคซึ่งสามารถจะป้องกันด้วยตัวเราเอง การเตรียมตัวในการตรวจแป็ปสเมียร์ควรจะตรวจทันทีที่นึกได้ว่าปีนี้ยังไม่ได้ตรวจภายใน โดยวันที่จะมาตรวจภายใน • ไม่ควรจะเป็นวันที่มีประจำเดือน และควรตรวจหลังประจำเดือนหมดไปแล้ว 2 สัปดาห์ • งดเพศสัมพันธ์และงดการสวนล้างช่องคลอดในวันก่อนตรวจ 1 วัน นอกจากการตรวจหามะเร็งปากมดลูกแล้ว เรายังสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ด้วยการ • ไม่สำส่อน • งดสูบบุหรี่ • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ • พักผ่อนให้เพียงพอ • ดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายและอวัยวะสืบพันธุ์ • ทำจิตใจให้เบิกบาน แจ่มใส

อ่านต่อ
academic pic
คำแนะนำการตรวจคัดกรองมะเร็ง

ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งจะเป็นโรคที่ร้ายแรง แต่มะเร็งที่เป็นกันมากทั้งในเพศชายและเพศหญิงในประเทศไทย เช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก ล้วนเป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันและตรวจพบได้ก่อนตั้งแต่ในระยะแรก ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้หากปฏิบัติตามแผนการตรวจค้นหามะเร็งตามช่วงอายุทั้งเพศชายและเพศหญิง ดังที่จะได้กล่าวต่อไป นอกจากนี้การตรวจสุขภาพประจำปียังเป็นการช่วยให้ทราบภาวะสุขภาพของตนเอง และความผิดปกติของร่างกายบางอย่างได้ก่อนที่โรคต่างๆ จะเป็นมาก การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคมีบทบาทสำคัญยิ่งในปัจจุบัน การตรวจร่างกายประจำปีจะเป็นกลไกอันหนึ่งทางการแพทย์ที่จะใช้ตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่โรคจะเป็นมากแล้ว การตรวจค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก เป็นการตรวจร่างกายของบุคคลที่มีสุขภาพสมบูรณ์ ที่ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เพื่อค้นหามะเร็งตั้งแต่ระยะเพิ่งเริ่มก่อตัว ซึ่งสามารถจะบำบัดรักษาให้หายได้ หลักการตรวจค้นหามะเร็งในระยะเริ่มแรก มีหลักการที่สำคัญคือ การสอบถามประวัติโดยละเอียด การตรวจร่างกายโดยละเอียด และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ/ ใช้เครื่องมือพิเศษ การสอบถามประวัติโดยละเอียด มีความสำคัญเพราะว่าประวัติต่าง ๆ อาจเป็นแนวทางเบื้องต้นที่ช่วยในการวินิจฉัยได้ การสอบประวัติส่วนตัว เช่น 1. ผู้ที่สูบบุหรี่มาก ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 2. ผู้ที่มีประวัติการร่วมเพศตั้งแต่อายุน้อย มีคู่นอนตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป หรือมีประวัติติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน 3. ประวัติครอบครัว มะเร็งส่วนใหญ่ไม่ใช่โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่มีมะเร็งบางชนิดที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ โดยเฉพาะการมีประวัติญาติใกล้ชิด เช่น บิดา มารดา พี่ น้อง เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งรังไข่ …

อ่านต่อ
academic pic
ทำอย่างไรไม่ให้เป็นมะเร็ง

ทำอย่างไรไม่ให้เป็นมะเร็ง โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายแรงที่ทุกคนไม่ต้องการให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งมีวิธีปฏิบัติตนเพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ดังนี้ • ไม่สูบบุหรี่ เลิกเคี้ยวหมาก ไม่ดื่มสุรามากจนเกินไป • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเพิ่มอาหารที่มีปริมาณกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช เป็นต้น • หลีกเลี่ยงจากสารก่อมะเร็ง เช่น สารเคมีต่างๆ การสูดดมควันบุหรี่ หรือควันจากท่อไอเสีย หรือน้ำมันเบนซิน อาหารใส่ดินประสิว อาหารรมควัน อาหารที่ไหม้เกรียมจากการปิ้ง ย่าง ทอด และไม่รับประทานอาหารที่มีเชื้อราขึ้น เป็นต้น • ลดอาหารไขมันสัตว์ และเนื้อสัตว์สีแดง • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัด • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีในเด็กแรกเกิด • ป้องกันการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ โดยเลิกรับประทานปลาน้ำจืดดิบ ๆ ที่มีเกล็ด • หลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดดจัด ๆ เป็นเวลานาน • ผ่อนคลายความเครียด และให้ร่างกายได้พักผ่อน • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ • ตรวจสุขภาพประจำปี และตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งที่สามารถตรวจพบได้ในระยะแรก คือ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม …

อ่านต่อ
academic pic
ปัจจัยเสี่ยงและอาการของมะเร็ง

ปัจจัยเสี่ยงและอาการของมะเร็ง วันที่ 20 เดือนมกราคม พ.ศ.2552 โรคมะเร็ง หมายถึง โรคที่เนื้อเยื่อ(เซลล์) ของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงโดยการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง หรือแพร่กระจายไปตามอวัยวะที่สำคัญต่าง ๆ ปกติโรคมะเร็งจะไม่ติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง แต่โรคมะเร็งในบางกลุ่มจะมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เป็นต้น และมะเร็งบางชนิดอาจจะมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งโพรงหลังจมูก มะเร็งตับ เป็นต้น การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นต้น สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง : การเกิดโรคมะเร็งเป็นกระบวนการหลายขั้นตอน มีกลไกสลับซับซ้อน ที่ทำให้เซลล์ปกติกลายเป็นเซลล์ มะเร็ง สาเหตุหรือปัจจัยบางอย่างมีส่วนส่งเสริมให้เป็นโรคมะเร็ง ดังนี้ • การติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียบางชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบ เอชพีวีไวรัส เป็นต้น • พยาธิใบไม้ในตับ จากการรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับและทางเดินน้ำดี • สารเคมีและสารก่อมะเร็งต่างๆ เช่น สารแอสเบสตอส นิเกิล โครเมี่ยม ดินประสิว ควันบุหรี่ เป็นต้น • โรคมะเร็งชนิดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น มะเร็งเต้านม …

อ่านต่อ
academic pic
ความรู้เรื่องโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งเป็นโรคที่บุคคลทั่วไปรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ยังไม่ทราบถึงสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งอย่างชัดเจน ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง จึงควรทำความเข้าใจถึงความหมายและสาเหตุที่ส่งเสริมให้เกิดโรคมะเร็งก่อน โรคมะเร็ง หมายถึง โรคที่เกิดจากเซลล์หรือเนื้อเยื่อในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง หรือแบ่งตัวแบบกระจายอย่างรวดเร็ว โดยอาจลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงหรือแพร่กระจายไปตามอวัยวะที่สำคัญต่าง ๆ ได้ โรคมะเร็งเป็นโรคที่ไม่ติดต่อจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง แต่โรคมะเร็งบางชนิดอาจมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เช่น มะเร็งเต้านม ถ้ามีประวัติบุคคลในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้ สมาชิกภายในครอบครัวนั้นก็อาจจะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย สาเหตุการเกิดโรคมะเร็ง : สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด ทราบแต่เพียงสาเหตุส่งเสริมที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ ดังนี้ 1. เชื้อโรคบางชนิด เช่น - เชื้อไวรัส เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งโพรงจมูก - เชื้อแบคทีเรียบางชนิด เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร 2. พยาธิใบไม้ในตับซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับและทางเดินน้ำดีได้ 3. สารเคมีหลายชนิดก่อให้เกิดมะเร็ง เช่น พวกแอสเบสทอส ทำให้เกิดมะเร็งปอด เป็นต้น 4. ยาบางชนิด เช่น ยาฮอร์โมน หรือยารักษามะเร็งบางชนิด ไม่ควรรับประทานเอง ควรจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เป็นต้น 5. การสูบบุหรี่ และการดื่มสุรา วิธีการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง 1. พยายามหลีกเลี่ยงจากสภาวะต่าง ๆ ที่เป็นสารก่อมะเร็งดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เช่น ไม่สูบบุหรี่ หรืออยู่ใกล้ผู้ที่สูบบุหรี่ เป็นต้น …

อ่านต่อ

ลิงก์ที่น่าสนใจ