รายละเอียดทะเบียนมะเร็ง

Published: 9 Oct 2025 ผู้เข้าชม: 0

คำแนะนำการตรวจคัดกรองมะเร็ง

ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งจะเป็นโรคที่ร้ายแรง แต่มะเร็งที่เป็นกันมากทั้งในเพศชายและเพศหญิงในประเทศไทย เช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก ล้วนเป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันและตรวจพบได้ก่อนตั้งแต่ในระยะแรก ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้หากปฏิบัติตามแผนการตรวจค้นหามะเร็งตามช่วงอายุทั้งเพศชายและเพศหญิง ดังที่จะได้กล่าวต่อไป นอกจากนี้การตรวจสุขภาพประจำปียังเป็นการช่วยให้ทราบภาวะสุขภาพของตนเอง และความผิดปกติของร่างกายบางอย่างได้ก่อนที่โรคต่างๆ จะเป็นมาก การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคมีบทบาทสำคัญยิ่งในปัจจุบัน การตรวจร่างกายประจำปีจะเป็นกลไกอันหนึ่งทางการแพทย์ที่จะใช้ตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่โรคจะเป็นมากแล้ว การตรวจค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก เป็นการตรวจร่างกายของบุคคลที่มีสุขภาพสมบูรณ์ ที่ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เพื่อค้นหามะเร็งตั้งแต่ระยะเพิ่งเริ่มก่อตัว ซึ่งสามารถจะบำบัดรักษาให้หายได้ หลักการตรวจค้นหามะเร็งในระยะเริ่มแรก มีหลักการที่สำคัญคือ การสอบถามประวัติโดยละเอียด การตรวจร่างกายโดยละเอียด และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ/ ใช้เครื่องมือพิเศษ การสอบถามประวัติโดยละเอียด มีความสำคัญเพราะว่าประวัติต่าง ๆ อาจเป็นแนวทางเบื้องต้นที่ช่วยในการวินิจฉัยได้ การสอบประวัติส่วนตัว เช่น
          1. ผู้ที่สูบบุหรี่มาก ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
          2. ผู้ที่มีประวัติการร่วมเพศตั้งแต่อายุน้อย มีคู่นอนตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป หรือมีประวัติติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน
          3. ประวัติครอบครัว มะเร็งส่วนใหญ่ไม่ใช่โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่มีมะเร็งบางชนิดที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ โดยเฉพาะการมีประวัติญาติใกล้ชิด เช่น บิดา มารดา พี่ น้อง เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งรังไข่ เป็นต้น ประวัติสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันนี้ยังไม่ทราบแน่นอนว่ามะเร็งเกิดจากสาเหตุใด แต่สิ่งแวดล้อมบางอย่างอาจเป็นเหตุส่งเสริมให้เกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ เช่น ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสารกัมมันตภาพรังสีในระยะเวลานาน ๆ อาจมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้มากกว่าผู้ที่ประกอบอาชีพอื่น เป็นต้น ประวัติเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ เช่น เป็นตุ่ม ก้อน แผลที่เต้านม ผิวหนัง ริมฝีปาก กระพุ้งแก้มหรือที่ลิ้น, ตกขาวมาก หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ, เป็นแผลเรื้อรังหายยาก, ท้องอืด เบื่ออาหาร ผอมลงมาก, หูด หรือปานที่โตขึ้นผิดปกติ, เสียงแหบอยู่เรื่อย ๆ ไอเรื้อรัง, การเปลี่ยนแปลงของระบบการขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะผิดไปจากปกติ การตรวจร่างกายโดยละเอียด เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการวินิจฉัยโรค ในด้านการปฏิบัติแพทย์ไม่สามารถจะตรวจร่างกายได้ทุกอวัยวะทุกระบบโดยครบถ้วน จึงมีหลักเกณฑ์ว่า ในการตรวจร่างกายทั่วไป เพื่อตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรกนั้น ควรตรวจอวัยวะต่าง ๆ เท่าที่สามารถจะตรวจได้ดังต่อไปนี้
          • ผิวหนัง และเนื้อเยื่อบางส่วน
          • ศีรษะ และคอ
          • ทรวงอก และเต้านม
          • ท้อง
          • อวัยวะเพศ
          • ลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง และทวารหนัก การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจอื่น ๆ         1. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ มีประโยชน์ที่จะช่วยในการตรวจค้นหา วินิจฉัย รักษารวมทั้งการตรวจติดตามผลการรักษาโรคมะเร็งได้ด้วย ประกอบด้วย
          • การตรวจเม็ดเลือด
          • การตรวจปัสสาวะ อุจจาระ
          • การตรวจเลือดทางชีวเคมี
2. การตรวจเอกซเรย์ มีประโยชน์ในการวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งบางชนิด ซึ่งมีวิธีการหลายอย่าง เช่น
           • การเอกซเรย์ปอด เป็นวิธีการพื้นฐานอย่างหนึ่ง ในการตรวจสุขภาพ
           • การเอกซเรย์ทางเดินอาหาร ในรายที่มีปัญหาของระบบทางเดินอาหาร
          • การตรวจเอกซเรย์เต้านม เป็นการตรวจลักษณะก้อนผิดปกติที่เต้านม
3. การตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ หลักสำคัญในการตรวจคือ ให้ผู้ป่วยกลืน ฉีดสารกัมมันตภาพรังสีบางชนิด สารดังกล่าวจะไปรวมที่อวัยวะบางส่วน แล้วถ่ายภาพตรวจการกระจายของสารกัมมันตภาพรังสีนั้น ๆ เช่น การตรวจเนื้องอกของต่อมไทรอยด์ สมอง ตับกระดูก เป็นต้น
4. การตรวจโดยใช้เครื่องมือพิเศษ เพื่อตรวจลักษณะเยื่อบุภายในของอวัยวะบางอย่าง เช่น หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ หลอดลม เป็นต้น
5. การตรวจทางเซลล์วิทยาและพยาธิวิทยา เป็นวิธีการตรวจหามะเร็งในระยะเริ่มแรกของอวัยวะต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น
          • การขูดเซลล์จากเยื่อบุอวัยวะบางส่วน เช่น ปากมดลูก, เยื่อบุช่องปาก เป็นต้น
          • เก็บเซลล์จากอวัยวะบางส่วน เช่น ในช่องคลอด ในช่องปอด ในช่องท้อง เป็นต้น การตรวจเนื้อเยื่อทางพยาธิวิทยา เป็นการตรวจที่สำคัญที่สุดในการวินิจฉัยโรคมะเร็ง โดยการตัดเนื้อเยื่อ แล้วนำไปตรวจละเอียดโดยกล้องจุลทรรศน์ มะเร็งบางชนิดอาจตรวจวินิจฉัยได้ง่าย บางชนิดตรวจวินิจฉัยได้ยาก แต่มีข้อสังเกตว่ามะเร็งที่พบได้บ่อย ๆ ในประเทศไทย เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นมะเร็งที่สามารถตรวจวินิจฉัยได้ไม่ยาก หากท่านใส่ใจตรวจสุขภาพและตรวจค้นหามะเร็งเป็นประจำ ดังคำแนะนำในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งและตรวจค้นหามะเร็งตามช่วงอายุต่อไปนี้

คำแนะนำในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งและตรวจค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก
ตามช่วงอายุ ทั้งเพศชายและเพศหญิง มีดังนี้

  •         - ตรวจสุขภาพประจำปี @ คือ ตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไต ตับ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันในเส้นเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์    975 บาท

  •         - ตรวจสุขภาพประจำปี @ คือ ตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไต ตับ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันในเส้นเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์    975 บาท

        - ตรวจหาเลือดในอุจจาระทุกปี เพื่อค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
(เก็บอุจจาระส่งตรวจ 3 วัน)
สำหรับผู้ที่มีประวัติญาติใกล้ชิด เช่น บิดา มารดา พี่ น้อง เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก หรือเคยเป็นเนื้องอก ชนิดไม่ร้ายแรงในลำไส้ ควรรับการส่องกล้องตรวจลำไส้เป็น ประจำทุก 1 - 5 ปี  90 บาท (2,300) บาท

        - ตรวจทางทวารหนักและเจาะเลือดทุกปี เพื่อตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมากในเลือด(PSA)
สำหรับผู้ที่มีญาติใกล้ชิด เช่น บิดา พี่ชาย น้องชาย เป็นมะเร็ง ต่อมลูกหมาก ควรรับการตรวจเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้ของมะเร็ง ต่อมลูกหมากทุกปี ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป  700 บาท

(ไม่รวมการส่องกล้องตรวจ) 1,765 บาท

        - ตรวจสุขภาพประจำปี @ คือ ตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไต ตับ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันในเส้นเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์    975 บาท         - ตรวจแป๊ปสเมียร์ทุกปี สำหรับผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ เพื่อค้นหามะเร็งปากมดลูก
70 บาท         - ตรวจเต้านมโดยแพทย์ทุกปี และควรตรวจเต้านมด้วยตนเอง อย่างถูกวิธีเป็นประจำทุกเดือน เพื่อค้นหามะเร็งเต้านม 50 บาท

1,095 บาท

        - ตรวจสุขภาพประจำปี @ คือ ตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไต ตับ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันในเส้นเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์    975 บาท         - ตรวจแป๊ปสเมียร์ทุกปี สำหรับผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ เพื่อค้นหา มะเร็งปากมดลูก 70 บาท         - ตรวจเอกซเรย์เต้านม(แมมโมแกรม) ทุกปี เพื่อค้นหามะเร็งเต้านม
          สำหรับผู้ที่มีประวัติญาติใกล้ชิด เช่น มารดา พี่สาว น้องสาว เป็นมะเร็งเต้านม สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจ แมมโมแกรมก่อนอายุ 40 ปี 1,200 บาท

2,245 บาท

        - ตรวจสุขภาพประจำปี @ คตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไต ตับ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันในเส้นเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์    975 บาท         - ตรวจแป๊ปสเมียร์ทุกปี สำหรับผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ เพื่อค้นหามะเร็งปากมดลูก
70 บาท         - ตรวจเอกซเรย์เต้านม(แมมโมแกรม) ทุกปี เพื่อค้นหามะเร็งเต้านม
          สำหรับผู้ที่มีประวัติญาติใกล้ชิด เช่น มารดา พี่สาว น้องสาว เป็นมะเร็งเต้านม สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจ แมมโมแกรมก่อนอายุ 40 ปี 1,200 บาท         - ตรวจหาเลือดในอุจจาระทุกปี สเพื่อค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่
และทวารหนัก (เก็บอุจจาระส่งตรวจ 3 วัน)
สำหรับผู้ที่มีประวัติญาติใกล้ชิดเช่น มารดา สาว น้องสาว เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก หรือเคยเป็นเนื้องอกชนิด ไม่ร้ายแรงในลำไส้ ควรรับการส่องกล้องตรวจลำไส้เป็นประจำ ทุก 1- 5 ปี 90 บาท (2,300) บาท

(ไม่รวมการส่องกล้องตรวจ) 2,335 บาท

หมายเหตุ สำหรับผู้ที่มีประวัติเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ ชนิดบี แนะนำให้ตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) ช่องท้อง ปีละ 1 ครั้ง เพื่อค้นหามะเร็งตับ    850 บาท @ การตรวจสุขภาพประจำปี ประกอบด้วยการตรวจดังนี้

การตรวจ CBC (เม็ดเลือด) Urine Examination (ปัสสาวะ) Film Chest (เอ็กซเรย์ทรวงอก) Sugar (น้ำตาลในเลือด) Bun (การทำงานของไต) Creatinine (การทำงานของไต) SGOT (การทำงานของตับ) SGPT (การทำงานของตับ) ALK Phosphatase Cholestorol (โคเลสเตอรอล) Triglycerides (ไตรกลีเซอไรด์) Uric Acid (กรดยูริค-โรคเก๊าท์) ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจร่างกายภายนอก

หากปฏิบัติตามโปรแกรมการตรวจค้นหามะเร็งดังที่กล่าวแล้ว จะสามารถค้นพบมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ตั้งแต่ในระยะแรก ซึ่งจะสามารถรักษาให้หายได้ นอกจากนี้ยังอาจจะพบความผิดปกติอื่นๆของร่างกายได้ตั้งแต่ยังมีอาการไม่มาก เช่น ภาวะโลหิตจาง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคทางไต โรคเกี่ยวกับตับ เป็นต้น การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา ซึ่งสามารถช่วยให้ท่านเฝ้าระวังความผิดปกติของร่างกายได้ก่อนที่โรคจะรุนแรงขึ้น รวมทั้งช่วยให้ท่านปลอดภัยจากโรคมะเร็งที่เป็นกันมากได้ในระดับหนึ่ง