รายละเอียดทะเบียนมะเร็ง

Published: 9 Oct 2025 ผู้เข้าชม: 0

“ฝังแร่ไอโอดีน” รักษามะเร็งตับอ่อน นวัตกรรมใหม่จากจีน...ไม่ต้องผ่าตัด

ในประเทศไทยโรคมะเร็งถือเป็นโรคอันดับ 1 ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพ โดยมักมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม รวมไปถึงเนื้องอกอื่นๆ ซึ่งการรักษาที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่เหมาะสมกับโรคเป็นเหตุผลหลักที่นำไปสู่การเสียชีวิต โดยเฉพาะ “มะเร็งตับอ่อน” ที่ผ่าตัดไม่ได้เนื่องจากอยู่ใกล้ชิดกับเนื้อเยื่อสำคัญ ล่าสุดได้มีนวัตกรรมใหม่จากประเทศจีนมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ป่วย นั่นคือ การฝังแร่ไอโอดีนกัมมันตรังสี 125 แบบไม่ต้องผ่าตัด 

          นายแพทย์หวู ชิง ไข่ (Wu Ging Kai) นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็งประจำโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว ให้ความรู้ว่า โรคมะเร็งตับอ่อนเกิดจากหลายปัจจัย ซึ่งปัจจัยแรก คือเรื่องอาหารการกิน ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันและโปรตีนสูง ชอบกินอาหารปิ้งย่าง ปัจจัยต่อมาคือสิ่งแวดล้อม ที่มีมลภาวะเป็นพิษ และปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือกรรมพันธุ์ ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งตับอ่อนอาการเริ่มแรกส่วนใหญ่จะไม่แสดงออกมา แต่สามารถสังเกตได้จากการที่มีน้ำหนักลด ตัวเหลือง ซึ่งอาการระยะแรกนี้จะต้องแบ่งแยกกับอาการของผู้ป่วยท่อน้ำดีและตับอักเสบด้วยเนื่องจากมีอาการคล้ายกัน

          สถิติของผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนในประเทศจีนมีแนวโน้มมากขึ้นทุกปีรวมถึงผู้ป่วยในประเทศไทยด้วย เพราะมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารคล้ายๆ กัน ที่สำคัญโรคมะเร็งตับอ่อนในสมัยก่อนการรักษาค่อนข้างยากเนื่องจากไม่สามารถผ่าตัดได้ เพราะตับอ่อนเป็นอวัยวะที่อยู่ใกล้ชิดกับเนื้อเยื่อสำคัญและมีเลือดค่อนข้างสมบูรณ์ ทำให้การรักษาด้วยวิธีคลีโมแล้วให้ผลการรักษาที่ไม่ดี อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนได้เป็นผลสำเร็จ คือ “วิธีการรักษาด้วยการฝังแร่ไอโอดีนกัมมันตรังสี 125 เป็นระเบิดนิวเคลียร์ทำลายเนื้องอก”

          การรักษามะเร็งด้วยการผ่าตัดโดยเทคนิคบาดแผลเล็ก (Minimally invasive) กำจัดเนื้องอกโดยตรงผสมผสานระหว่างแพทย์แผนจีนกับแผนปัจจุบันได้รวบรวม 12 เทคโนโลยีขั้นสูงในการรักษาโรคมะเร็งต่างๆ โดยการรักษากำหนดเป้าหมายเนื้องอกแล้วรักษาโดยตรง ทำให้เนื้องอกตายไปอย่างสิ้นเชิง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายส่วนอื่น ร่างกายเจ็บปวดน้อย ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งการรักษาด้วยวิธีการฝังแร่ไอโอดีนกัมมันตรังสี 125 ถือเป็น 1 ใน 12 เทคโนโลยีขั้นสูงในการรักษามะเร็ง ซึ่งเหมาะสมกับการรักษามะเร็งตับอ่อนและเป็นเทคโนโลยีการรักษาที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่เมื่อไม่นานมานี้ นอกจากนี้ยังเหมาะกับโรคมะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งโพรงจมูก และมะเร็งต่อมลูกหมาก

          หลักการทั่วไปของการรักษาด้วยแร่ไอโอดีน คือ ก่อนที่จะทำการรักษาต้องเช็คร่างกายของผู้ป่วยโดยการใช้เครื่องอัลตราซาวน์ หรือเครื่องซีทีสแกน (CT-Scan) เพื่อค้นหาเนื้องอกว่าอยู่จุดไหนและทำการมาร์คจุด จากนั้นใช้เครื่องคอมพิวเตอร์วัดขนาดของเนื้องอกและคำนวณว่าจะต้องใช้แร่ไอโอดีนจำนวนเท่าใด โดยขนาดของแร่ไอโอดีนกัมมันตรังสี 125 จำนวน 3 เม็ด ยาวเท่ากับเม็ดข้าวสาร 1 เม็ด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษามะเร็งโดยเฉพาะและผลิตจากโรงงานที่ดีมีคุณภาพของทางโรงพยาบาล จากนั้นใช้เครื่องซีที สแกนนำทางในการใช้เข็มที่ยาวพิเศษแทงเข้าไปในเนื้องอกโดยตรงและนำแร่ไอโอดีนเข้าไปฝังในเนื้องอกอย่างแม่นยำ

          การรักษาไม่ต้องวางยาสลบ แค่ฉีดยาชาเฉพาะที่เท่านั้น โดยใช้เวลาในการรักษาประมาณ 30-45 นาที เมื่อฝังแร่ไอโอดีนฯ เสร็จแล้วผู้ป่วยควรนอนพักที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการประมาณ 1-2 วัน หากไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ ก็สามารถเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ ซึ่งแร่ไอโอดีนที่ฝังเข้าไปจะปล่อยรังสีแกรมม่าออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นวิธีที่ทำให้ส่วนของเนื้องงอกถูกทำลาย แต่ขอบเขตการแผ่รังสีแต่ละเม็ดแค่เพียง 1.7 เซนติเมตรเท่านั้น ทำให้ลดความเสียหายที่จะเกิดกับเนื้อเยื่อปกติ พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงบาดแผลจากการผ่าตัด ไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง  

          หลังจากฝังแล้วแร่ไอโอดีนฯ แล้วกระจายรังสีแกรมม่าออกมาโดยมีอายุการทำงานนานประมาณ 6 เดือน ซึ่งภายใน 6 เดือนจะมีรังสีแกรมม่าแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่องภายในเนื้องอกทำให้เซลล์มะเร็งส่วนใหญ่ตายไป โดยประโยชน์จะเหมือนกับการฉายแสง แต่ว่าวิธีการรักษาแบบนี้รังสีทำลายเฉพาะเนื้องอกเท่านั้น แต่การฉายแสงทั่วไปจะมีผลข้างเคียงจะมาก นอกจากนี้วิธีการรักษาด้วยการฝังแร่ไอโอดีนฯ ส่วนใหญ่รักษาควบคู่กับการอุดเส้นเลือดและทำคลีโมเฉพาะจุด ซึ่งตัวเม็ดแร่ไอโอดีนฯ ที่ฝังไว้ในเนื้องอกจะอยู่กับคนไข้ไปตลอดไปแต่ไม่มีอันตราย เพราะอยู่ในเนื้องอกและมีเนื้อใหม่เกิดขึ้นมาห่อหุ้มเนื้องอก หากจะมีแร่ไอโอดีนฯ รั่วออกมาก็สามารถรั่วออกมาได้ เช่น ที่โพรงจมูกอาจจะหลุดออกมา แต่เมื่อหลุดออกมาแล้วแพทย์จะแนะนำผู้ป่วยไม่ให้นำไปโยนทิ้งเพราะมีกัมมันตรังสี

          ช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่กลับไปพักผ่อนที่บ้านสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติและเดินทางมาตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษาทุก 2 เดือน ซึ่งคนไข้สามารถตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอื่นได้และนำผลมาให้คุณหมอดูได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือควรอยู่ห่างหญิงตั้งครรภ์และเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ขวบ ประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันเด็กและหญิงตั้งครรภ์ไม่ให้โดนรังสี และควรทานอาหารที่มีรสจืด รับประมาณผักผลไม้และนมจืดมากขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ

          อย่างไรก็ตามหลังจากเซลล์มะเร็งตายไปแล้ว แต่การรักษาเนื้องอกยังต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน เพราะเซลล์มะเร็งบางส่วนสามารถกระจายไปที่อื่นได้ เนื่องจากมะเร็งเป็นโรคภูมิคุ้มกัน เมื่อผู้ป่วยเป็นมะเร็งทั่วทั้งร่างกายก็จะมีเซลล์มะเร็งอยู่ด้วยจึงต้องติดตามตรวจร่างกายตามหมอนัด เช่น บางคนอาจจะมาตรวจทุก 3 เดือนหรือบางคน 6 เดือน เพื่อรักษาไปตามอาการที่พบระงับการเจริญเติบโตของเนื้องอกถือเป็นการยืดชีวิตของคนไข้ต่อไป รวมทั้งคนไข้ต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ดีเพิ่มขึ้นด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินและการพักผ่อนให้เพียงพอหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และงดแอลกอฮอล์

          ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ศูนย์ที่ปรึกษาโรคมะเร็งสมัยใหม่ กว่างโจว  อาคารไซเบอร์เวิลด์ ทาวเวอร์ ชั้น 5 ตรงข้ามห้างโรบินสัน รัชดา โทร. 0-2645-2799 หรือ 08-2799-2888